Darksiders III เกมแนว Action Hack and Slash

Darksiders III

Darksiders III เรื่องราวของ ดาร์คไซเดอร์ ถูกดัดแปลงจากตำนาน ที่เล่าถึงสงครามระหว่าง 2 เผ่าพันธุ์ นั้นคือเทวดา และปีศาจ ตัวเอกของเกมแต่ละภาคก็คือเหล่า Horsemen หรือเหล่าจตุอาชา ลูกครึ่งเทวดากับปีศาจ โดยภาคแรกคือ War หรือสงคราม ภาค 2 Dead หรือความตาย และในภาคนี้ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Fury หรือความเกรี้ยวกราด โดยมีไทม์ไลน์เวลาใกล้ๆ กันกับภาคที่ 2 ซึ่งผู้เล่นจะต้องยับยั้ง 7 Sins หรือบาปทั้ง 7 ประการ ที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากที่คุมขัง ก่อนที่จะลามออกมายังโลกมนุษย์

Darksiders III

ตัวเกมมาในรูปแบบ Action แนว Hack and Slash ที่ 2 ภาคก่อน จะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของ Zelda และ God of War แต่ในภาคนี้ ตัวเกมได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Soul Series ทั้งไอเท็มฟื้นพลังอย่าง Nephilim ที่สามารถเติมได้ด้วยการจัดการกับเหล่าศัตรู และเมื่อเราฆ่าศัตรูลงได้ จะได้รับ Soul ที่สามารถนำไปใช้ซื้อของ หรืออัพเกรดต่างๆ ได้ แต่ถ้าหากผู้เล่นตาย Soul ของผู้เล่น จะถูกทิ้งไว้ที่จุดเดิม และต้องย้อนกลับมาเอาใหม่นั่นเอง

Darksiders III

ในภาคนี้ ตัวเกม จะเน้นความเป็น Action มากกว่า 2 ภาคแรกที่ผ่านมา และเนื่องด้วยอาจจะต้องการให้ตัวเกมกระชับขึ้น จึงได้ตัดระบบต่างๆ ในแบบ RPG ออกไป เช่น Side Quest หรืทาเลนท์ รวมไปถึงความหลากหลายของอาวุธ แทนที่ด้วยการเลือกอัพเกรดค่าความสามมารถจาก 3 ชนิด เมื่อเราอัพเลเวล และเพิ่มความสามารถในการอัพเกรดอาวุธเดิมๆ มาแทนที่ และด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กล่าวมานี้ ก็อาจจะทำให้ดูเหมาะสมกับตัวเกม แต่เมื่อปราศจากอาวุธ ชุดเกราะใหม่ๆ หรือการได้สำรวจ Dungeon นอกเหนือจากเนื้อเรื่องหลัก ก็ทำให้ตัวเกมเหมือนขาดอะไรบางอย่างไปนั่นเอง

Darksiders III

เรียกว่า การออกแบบโลกภายในเกม พื้นที่ และสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่มีกลิ่นอายเหมือนกับ 2 ภาคแรก เช่น สุสาน ท่อระบายน้ำ และถนนในเมืองที่พลังทลาย แต่สิ่งที่หายไป คือแมพที่มีขนาดใหญ่ และการเชื่อมต่อกัน รวมไปถึง Dungeon ที่ซับซ้อน เปลี่ยนไปเป็นการพยายมเชื่อมต่อโลกต่างๆ เข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ และเพิ่มสิ่งต่างๆ ให้เข้ากับแต่ละพื้นที่ ที่ดูหนาแน่นขึ้นแทน ซึ่งถือว่าเป็นไอเดียที่น่าสนใจ และตัวฉากต่างๆ ของแต่ละพื้นที่ ก็ทำออกมาได้เข้ากันกับเกม แม้ว่าเมื่อเชื่อมต่อกันแล้ว อาจจะดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลก็ตาม รวมไปถึงตัวฉาก ยังขาดความอลังการ ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกตื่นเต้นในการสำรวจอีกด้วย ตัวเกมสามารถให้เราเดินทางย้อนกลับมายังแมพเก่าๆ ได้ โดยสามารถใช้ Ability ใหม่ๆ ที่ได้มา กลับมาปลดล็อคเส้นทางใหม่ๆ ได้ ในเมื่อปราศจากแผนที่ และการของแบบเลเวลดีไซน์ทีเหมาะสมแล้ว ก็เป็นการยากมากๆ ที่จะจำได้ว่าจะต้องย้อนกลับมาที่ตำแหน่งไหนนั่นเอง

Read more / อ่านเพิ่มเติม >>> https://filipinoreporter.us/

Credit :: steam

ข้อความนี้ถูกเขียนใน รีวิวเกมส์ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร